นายธีรพล ขุนเมือง อดีตอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ในฐานะที่ปรึกษาคณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ (มทรส.) เปิดเผยว่า ในการประชุมสภามหาวิทยาลัย ประจำเดือนเมษายน ที่ผ่านมาซึ่งมี ศาตราจารย์พิเศษ ชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม นายกสภามหาวิทยาลัย เป็นประธาน ได้ชื่นชมผลรายงานความคืบหน้าการยกระดับนวัตกรรมถ่านกัมมันต์ จากตอซังข้าวสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง และการสร้างวงจรเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อแก้ปัญหาการเผาในภาคการเกษตร เพื่อแก้ปัญหา PM 2.5 อย่างยั่งยืน ณ ห้องประชุมสุพรรณภูมิ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์สุพรรณบุรี (เขต 1)
โดยต่อยอดองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์วัสดุและนาโนเทคโนโลยี สู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่ใช้งานได้จริงเพื่อเปลี่ยนขยะทางการเกษตรที่ไร้มูลค่า ให้เป็นวัตถุดิบมูลค่าสูง โดยมุ่งเน้นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ คือ สร้างมูลค่าให้แก่เศษวัสดุ ที่เกษตรกรเผาทิ้ง เช่น ตอซังและฟางที่มีความชื้นสูง
ผศ.ดร. นฎาภัสส์ คุ้มกลาง คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวเพิ่มเติมว่าคณะ ฯ ได้ริเริ่มรูปแบบการทำงานแบบบูรณาการข้ามศาสตร์ เพื่อขับเคลื่อนโครงการให้ครบวงจร โดยคณะวิทยาศาสตร์ ฯ ได้พัฒนา เจลออร์แกนิกส์ ดูดกลิ่นที่ผลิตจากถ่านกัมมันน์ตอซังข้าว และทางคณะบริหาร ฯ ได้ดำเนินการทำ “ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง” จากเศษต้นข้าวเปียกที่อัดก้อนไม่ได้ โดยคณะวิทยาศาสตร์ ฯ ทำหน้าที่วิเคราะห์ธาตุอาหารเพื่อประเมินคุณภาพให้ และร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญจากคณะครุศาสตร์ ฯ และวิศวกรรมศาสตร์ ฯ ในการพัฒนาระบบเตาไพโรไลซิส เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตถ่านกัมมันต์จากชีวมวล โดยในส่วนของการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ และการบริหารจัดการเชิงพาณิชย์ ได้ร่วมมือกับคณะบริหารธุรกิจ ฯ และคณะศิลปศาสตร์ ในการจัดทำแผนการตลาด และช่องทางการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เจลดูดกลิ่น และปุ๋ยอินทรีย์ต่อไป โดยรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ส่วนหนึ่ง จะถูกนำกลับไปรับซื้อตอซังข้าว และเศษวัสดุจากเกษตรกรที่ลงนาม MOU ไม่เผานา กับมหาวิทยาลัยในราคานำตลาด เพื่อลดปัญหา PM 2.5 เพราะเมื่อต้นข้าวที่เหลือจากการอัดฟางก้อน และตอซัง มีมูลค่า เกษตรกรจะมีแรงจูงใจในการเก็บเกี่ยวมาขายแทนการเผา ช่วยลดปัญหาฝุ่นควันในระดับพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม



