ประสิทธิผลของแผนส่งเสริมสุขภาวะรายบุคคล (Individual Wellness Plan) เพื่อป้องกันการหกล้ม ในผู้สูงอายุชุมชนเมือง ตามกรอบทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคม/สุกมล สามเพชรเจริญ1 Sukamon Samphetcharoen1
- February 19, 2026
- admin
- 0
ประสิทธิผลของแผนส่งเสริมสุขภาวะรายบุคคล (Individual Wellness Plan) เพื่อป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุชุมชนเมือง ตามกรอบทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคม
Effectiveness of an Individual Wellness Plan for Fall Prevention among Urban Older Adults: A Study Based on Social Learning Theory
Authors
สุกมล สามเพชรเจริญ1
Sukamon Samphetcharoen1
(Received:15 January 2026; Revised: 2 February 2026, 2025; Accepted: 12 February 2026)
บทคัดย่อ
ความเป็นมา การหกล้มเป็นปัญหาสำคัญในผู้สูงอายุชุมชนเมือง ส่งผลต่อการบาดเจ็บ ความสามารถในการทำกิจวัตร และคุณภาพชีวิต แนวทางป้องกันที่มีประสิทธิผลควรครอบคลุมมิติทางกาย จิตสังคม พฤติกรรม และสิ่งแวดล้อม การศึกษานี้ประเมินประสิทธิผลของแผนส่งเสริมสุขภาวะรายบุคคล (Individual Wellness Plan: IWP) เพื่อป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุชุมชนเมือง
วัตถุประสงค์ เพื่อประเมินผลของแผนส่งเสริมสุขภาวะรายบุคคล ต่อ (1) การลดการหกล้ม และ (2) การเปลี่ยนแปลงสมรรถภาพการเคลื่อนไหว (Timed Up and Go; TUG) การทรงตัว (Berg Balance Scale; BBS) ความกลัวการหกล้ม (Falls Efficacy Scale–International; FES-I) และพฤติกรรมการป้องกันการหกล้ม
วิธีการวิจัย การวิจัยกึ่งทดลอง เปรียบเทียบกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 30 คน ติดตามผล 6 เดือน กลุ่มทดลองได้รับแผนส่งเสริมสุขภาวะรายบุคคล ส่วนกลุ่มควบคุมได้รับการดูแลตามปกติ เก็บข้อมูลด้วย TUG, BBS, FES-I แบบประเมินพฤติกรรม และบันทึกเหตุการณ์หกล้ม วิเคราะห์ด้วย paired t-test, independent t-test และ Pearson’s chi-square พร้อมรายงาน OR, RR และช่วงความเชื่อมั่น 95%
ผลการวิจัย ข้อมูลพื้นฐานไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ (อายุเฉลี่ย 69.6±4.5 และ 69.7±4.7 ปี; p=.93) กลุ่มทดลองมีเวลา TUG ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (12.50±1.82 เป็น 10.39±1.92 วินาที; p<.001) และต่ำกว่ากลุ่มควบคุมหลังทดลอง (p=.022) คะแนน BBS เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (44.37±5.22 เป็น 48.60±4.03; p<.001) และสูงกว่ากลุ่มควบคุม (p=.011) คะแนน FES-I ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (34.27±11.31 เป็น 26.67±9.24; p=.007) และต่ำกว่ากลุ่มควบคุม (p=.006) ขณะที่กลุ่มควบคุมไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ พฤติกรรมการป้องกันการหกล้มในกลุ่มทดลองเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน (59.60±3.10 เป็น 79.50±3.77; p<.001) และสูงกว่ากลุ่มควบคุม (p<.001) อัตราการหกล้มในกลุ่มทดลองต่ำกว่ากลุ่มควบคุม (43.3% vs 86.7%; χ²=12.38, p<.001) โดย RR=0.235 (95% CI: 0.090–0.617) และ OR=0.118 (95% CI: 0.033–0.422)
สรุป แผนส่งเสริมสุขภาวะรายบุคคล มีประสิทธิผลในการป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุชุมชนเมือง โดยช่วยพัฒนาสมรรถภาพการเคลื่อนไหวและการทรงตัว ลดความกลัวการหกล้ม เพิ่มพฤติกรรมการป้องกัน และลดความเสี่ยงการหกล้มเมื่อเทียบกับการดูแลตามปกติ
Keywords : ผู้สูงอายุ; การหกล้ม; ผู้สูงอายุชุมชนเมือง; การป้องกันการหกล้ม; สมรรถภาพการเคลื่อนไหวและการทรงตัว; ความกลัวการหกล้ม
